หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช  (อ่าน 878 ครั้ง)
ไอ้ชิ
สส. แบบแบ่งเขต
เทพเจ้า จ้อด ที่15
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 257



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2009, 10:33:32 am »

เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ตั้งมั่นในทศพิธราชธรรม ทรงอุทิศชีวิตทั้งชีวิตเพื่อประเทศชาติ และประชาชน?เมื่อข้าพเจ้าเป็นนักเรียนอยู่ในยุโรป ข้าพเจ้าไม่เคยตระหนักว่า ประเทศของข้าพเจ้า คืออะไร และเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าแค่ไหน ไม่ทราบตราบจนกระทั่งข้าพเจ้าได้เรียนรู้ที่จะรักประชาชนของข้าพเจ้า เมื่อได้ติดต่อกับเขาเหล่านั้น ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าสำนึกในความรักอันมีค่ายิ่ง ข้าพเจ้าไม่เป็นโรคคิดถึงบ้านที่จริงจังอะไรนัก แต่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้โดยการทำงานที่นี่ว่าที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือ การที่ได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง

โครงการราชดำริ
พระราชภารกิจอันใหญ่หลวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร เพื่อทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของประชาชนด้วยพระองค์เอง ภูมิภาคที่เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรครั้งแรก คือ จังหวัดอุดรธานี โดยใช้เวลา 24 วัน เสด็จพระราชดำเนินไปทั่วภาคอีสาน ซึ่งได้ชื่อว่าทุรกันดารที่สุดในประเทศ และหลังจากนั้น พระองค์ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรตามถิ่นทุรกันดาร ตามภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยทรงถือพระราช กรณียกิจที่ทรงทำเป็นประจำทุกปี

โครงการราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจัดตั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวม 3,264 โครงการ ส่วนใหญ่จะเน้นไปงานด้านเกษตรกรรม ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ เช่น หาแหล่งน้ำและปรับปรุงพื้นดิน จัดสรรที่ดินทำกินให้ราษฎรที่ไม่มีที่ดิน เป็นที่น่าสังเกตว่า พระองค์ไม่โปรดให้ชาวไร่ชาวนาใช้เครื่องจักร หรือเครื่องมือที่ต้องใช้กระแสไฟฟ้า หรือน้ำมันเชื้อเพลิง ทรงเห็นว่ากังหันลม หรือระหัดที่ใช้กระแสลมใช้ประโยชน์ได้ดีเท่าๆ กัน และทรงสนับสนุนให้ชาวนารู้จักตั้งธนาคารข้าว และธนาคารโคกระบือ เพื่อไม่ต้องไปกู้ยืมเงินจากผู้อื่น โครงการพระราชดำริ ประกอบไปด้วย มูลนิธิชัยพัฒนา, มูลนิธิโครงการหลวง, โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา, โครงการหลวงอ่างขาง, โครงการปลูกป่าถาวร, โครงการแก้มลิง, โครงการฝนหลวง, โครงการสารานุกรมสำหรับเยาวชน, โครงการแกล้งดิน, กังหันชัยพัฒนา, แนวพระราชดำริผลิตแก๊สโซฮอล์ ในโครงการส่วนพระองค์

ชวน"ทำดีเพื่อพ่อ" ส่งไปรษณียบัตร"คนไทยรักกัน"



วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันสำคัญยิ่งของคนไทยทั้งชาติ
เพราะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 81 พรรษา

ยิ่งในสภาวการณ์เช่นที่เป็นอยู่เวลานี้ ความรักความสามัคคี
ยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องร่วมมือกันทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจัง
มิใช่แค่คำพูดที่เลื่อยลอยตามบท

โอกาสนี้มีให้ประชาชนคนไทยได้แสดงความจงรักภักดี ด้วยการจัดโครงการ
"ทำดีเพื่อพ่อ ขอให้คนไทยรักกัน"
เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติและรณรงค์ให้คนไทยทุกหมู่เหล่า ทุกสาขาอาชีพ
รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมกันทำความดี มีจิตสำนึกในการ "ให้"
ในแบบต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างคนไทยด้วยกัน

และสร้างความสมานฉันท์ในสังคม ผ่านการเขียนไปรษณียบัตรของโครงการ
"ทำดีเพื่อพ่อ ขอให้คนไทยรักกัน"
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ต่อเนื่องไปจนถึงโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา


โครงการ "ทำดีเพื่อพ่อ ขอให้คนไทยรักกัน"
จึงขอเชิญชวนประชาชนชนทั่วประเทศร่วมส่งไปรษณียบัตร แสดงพลังแห่งการให้
10 ประการ

คือ 1.ให้อภัย 2.ให้โอกาส 3.ให้รอยยิ้ม 4.ให้เวลา
5.ให้ความรู้สึกที่ดีต่อกัน 6.ให้ความช่วยเหลือ 7.ให้ความใกล้ชิด
8.ให้ความจริงใจ 9.ให้ความซื่อสัตว์ 10.ให้ความรัก



สำหรับรูปแบบของไปรษณียบัตรโครงการ ประกอบด้วยไปรษณียบัตรสองส่วน คือ
สีเหลือง และ สีชมพู โดยสามารถเขียนข้อความบอกเล่าแบ่งปันความรู้สึกดีๆ
ให้กับคนที่เป็นมิตร หรือคนที่ปฏิปักษ์
หรือผู้ที่ต้องการที่จะปรับความเข้าใจกัน ในไปรษณีย์ทั้งสองใบ
แล้วแยกส่งโดยส่วนที่เป็นสีเหลือง ส่งมาที่ "โครงการทำดีเพื่อพ่อ" ตู้
ปณ.81 กรุงเทพฯ 10330

หรือที่เว็บไซต์ www.dogood.or.th หรือที่สำนักงานโครงการอัมรินทร์ พลาซ่า ชั้น 22

ขอส่งข้อมูลเพื่อช่วยกันเผยแพร่ เป็นการชี้แจงจุดยืนของ ทบ.
สำหรับกรณีพระบรมรูปและเส้นทางเสด็จ ฯ ครับ
โดยขอให้ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการชี้แจง
ส่วนเนื้อความที่จะไปโพ้สจริง ๆ นั้น ขอให้แต่งใหม่ จะได้เกิดความหลากหลายครับ

-------------------
จากสถานการณ์ต่างๆที่ผ่านมาในห้วงเวลานั้น
น่าเห็นใจหน่วยงานที่รับผิดชอบในส่วนงานต่าง ๆ
ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
โดยจะต้องเป็นไปตามหลักการและเหตุผล ในแต่ละเงื่อนไขของสถานการณ์นั้นๆ
รวมทั้งจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายในการดำเนินการต่อผู้กระทำผิดตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้

ดังตัวอย่างเช่น กรณีมีผู้กระทำการอันมิบังควรต่อพระบรมรูปทรงม้า
ในลานพระราชวังดุสิตนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงคือ กองธุรการ
สำนักพระราชวัง ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในทางกฎหมายที่จะแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด

หรือในกรณีการกำหนดเส้นทางเพื่อใช้เป็นขบวนเสด็จพระราชดำเนินในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพก็เช่นกัน
ทางตำรวจจราจรกลางเป็นผู้ให้ข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมการฝ่ายจัดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ
ฯ ซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว
โดยคณะกรรมการ ฯ ได้ตัดสินใจไปแล้วว่าไม่ใช้เส้นทาง ถ.ราชดำเนินนอก
เนื่องจากในห้วงเวลานั้น
เส้นทางดังกล่าวไม่ปลอดภัยและมีภูมิทรรศน์ที่ไม่สวยงาม
ไม่เหมาะสมแก่การใช้เป็นเส้นทางเสด็จ ฯ

จากปรากฏการโจมตีว่า ทบ.
นิ่งเฉยหรือละเลยในการดำเนินการต่อผู้กระทำผิดกฎหมายนั้น ในข้อเท็จจริง
ทบ. ได้มีการวางแผนและจัดกำลังพลเตรียมพร้อมรวมทั้งได้เฝ้าติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง
ๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง และพร้อมเสมอที่จะให้การสนับสนุน
เมื่อได้รับการร้องขอจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ทั้งนี้การที่ไม่ได้กระทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใดลงไปนอกเหนืออำนาจหน้าที่
ก็เนื่องจากว่าตามกฎหมายแล้ว ทบ. ไม่สามารถกระทำได้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม
ทบ. ได้มีการประสานกับผู้ที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบให้ได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด

ดังนั้น จึงขอยืนยันว่า ทบ.
ได้ดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบของกฎหมายเท่าที่จะสามารถกระทำได้ไปแล้ว
โดยยึดถือผลประโยชน์ของชาติ ประชาชน และสถาบันหลักของชาติเป็นที่ตั้ง
และยืนยันอีกด้วยว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ปฎิบัติหน้าที่ของตน
ในสภาวะการณ์ ณ เวลานั้นได้อย่างดีที่สุดแล้ว ด้วยความอดทน อดกลั้น
เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประเทศและฝ่ายต่างๆน้อยที่สุด
และถือว่าเป็นหนทางที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
ซึ่งหากมีการดำเนินการใดๆไปต่อเหตุการณ์ในทุกประเด็น
ก็จะส่งผลให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนำไปใช้อ้างเป็นเหตุผลในการปลุกระดม
ก็อาจจะส่งผลให้ไม่สามารถทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะความสงบดังเช่นปัจจุบัน
หรือสถานการณ์ดังกล่าวอาจพัฒนาไปสู่วิกฤติการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าปัจจุบันก็ได้

ทบ. ได้ให้แนวทางในการโพ้สตอบโต้
กรณีมีผู้นำบทความจากสื่อต่างประเทศที่โจมตีสถาบัน ฯ
มาแปลแล้วโพ้สลงในเว็บบอร์ดต่าง ๆ เช่นฟ้าเดียวกัน และ ประชาไท
โดยให้ตอบโต้ในลักษณะดังนี้ครับ
"ฝรั่งจะไปรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเมืองไทย
ฝรั่งไม่รู้จักเรื่องผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่มีกษัตริย์เหมือนเรา
เป็นความคิดแบบฝรั่ง ใครเชื่อก็บ้าแล้ว"

ขอให้นำแนวทางดังกล่าวไปตอบโต้ในรูปแบบหรือคำพูดของแต่ละคน
เพื่อให้เกิดความหลากหลายนะครับ

พระมหากษัตริย์ของคนไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงดำรงฐานะเป็นพระประมุขของชาติ ซึ่งมีระยะเวลาการครองราชย์ที่ยาวนานกว่ามหาราชองค์ใดในโลกและบูรพกษัตริย์องค์ใดในแดนสยาม เป็นเวลากว่า ๖๐ ปี ที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญาความสามารถ และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอยู่เป็นนิจนานัปการ ด้วยหวังให้มหาชนชาวไทยถึงพร้อมด้วยประโยชน์สุข ซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้ตั้งแต่สมัยเมื่อเสด็จขึ้นเถลิง-ถวัลยราชสมบัติ ดังพระปฐมบรมราชโองการที่ได้พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยเมื่อครั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๓ ว่า ?เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดพระองค์หนึ่งของโลก พระราชกรณียกิจของพระองค์ตลอด ๖๐ กว่าปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่พระองค์ทรงงานอย่างไม่เคยว่างเว้น และทรงประกอบพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านความมั่นคงภายในประเทศ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้านศิลปวัฒนธรรม และด้านการกีฬา แต่พระราชกรณียกิจหลักของพระองค์คือ การยกระดับสภาพความเป็นอยู่ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างครบถ้วนในทุกๆ ด้าน อันจะทำให้สังคมและบ้านเมืองมีพลเมืองที่มีคุณภาพ สามารถดำรงรักษาความเจริญมั่นคงของประเทศชาติไว้และพัฒนาก้าวหน้าต่อไปโดยตลอด
ร.ต.พริษฐ์ รัตนพิทักษ์


พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ ๒ แห่งรัสเซีย


การเสด็จประพาสยุโรปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน
พ.ศ.๒๔๔๐ ได้ส่งผลดีในการเจริญสัมพันธไมตรีกับมหาอำนาจตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ ๒ แห่งรัสเซีย ซึ่งการเสด็จฯ
เยือนรัสเซียครั้งนั้นนับว่าเป็นจุดสำคัญที่สุดของการเสด็จพระพาสยุโรปทั้งหมด
พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ ๒ ทรงต้อนรับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ อย่างสนิทสนมและ
สมพระเกียรติ มีบันทึกไว้ว่า

สมเด็จพระเจ้าเอมเปรอกรุงรัสเซีย ประทับสนทนาปราศรัยด้วยพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยเจ้านายฝ่ายสยามและฝ่ายรัสเซีย เป็นอย่างฉันพระญาติพระวงศ์
อันเดียวกันอันสนิท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปลื้องเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์ประดับเพชรซึ่งทรงสวมใส่อยู่นั้น ถวายสมเด็จพระเจ้าเอมเปรอกรุงรัสเซีย
และถึงตอนที่จะเสด็จฯ ออกจากรัสเซียนั้น มีบันทึกไว้ว่า
ต่างพระองค์ทรงพระอาลัยที่จะจากกันไปนั้น และทรงกอดรัดและจุมพิต
ถวายคำนับแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นสู่รถไฟพระที่นั่ง
ข่าวการรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่รัสเซียในครั้งนั้น
ทำให้ราชสำนักต่าง ๆ ในยุโรปตระหนักถึงความสำคัญของประเทศไทย ทำให้เกิดความเกรงใจอยู่ไม่น้อย
กล่าวได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับมหาอำนาจตะวันตกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้สะท้อนให้เห็นนโยบายของไทยที่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามและยอมเสียดินแดนส่วนน้อยเพื่อรักษาดินแดนส่วนใหญ่ไว้ ทั้งนี้เพราะไทยเป็นประเทศเล็กที่มีกำลังน้อย ท่ามกลางประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกยึดครองไปจนหมด ไทยจึงไม่อาจต่อรองด้วยกำลังกับชาติมหาอำนาจ แต่จะต้องพยายามแก้ปัญหาโดยใช้ ?กลยุทธ์ทางการทูต ในการรักษาเอกราชของชาติไว้ เห็นได้ชัดจากความสัมพันธ์ที่เกิดจากมิตรไมตรีขององค์ประมุขของไทยและรัสเซีย ได้ช่วยให้ไทยสามารถดำเนินนโยบายถ่วงดุลอำนาจกับอังกฤษและฝรั่งเศส เพื่อรักษาอธิปไตยของไทยไว้ตามแนวสันติวิธี

พ.อ.หญิง พิไลพร ธนะสมบูรณ์


พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์

ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามท้องที่ต่างๆ ทุกครั้ง จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะแพทย์ที่ประกอบด้วย ผู้วชาญในแต่ละสาขาจากโรงพยาบาลต่างๆ และล้วนเป็นอาสาสมัครทั้งสิ้น โดยเสด็จพระราชดำเนินไปในขบวนอย่างใกล้ชิด พร้อมด้วยเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ครบครัน พร้อมที่จะให้การรักษาพยาบาลราษฎร ผู้ป่วยไข้ได้ทันที
นอกจากนั้น ยังมีโครงการทันตกรรมพระราชทาน ซึ่งเป็นพระราชดำริที่ให้ทันตแพทย์อาสาสมัคร ได้เดินทางออกไปช่วยเหลือบำบัดโรคเกี่ยวกับฟัน ตลอดจนสอนการรักษาอนามัยของปากและฟัน แก่เด็กนักเรียนและราษฎรที่อาศัยอยู่ในท้องที่ทุรกันดาร และห่างไกลจากแพทย์ทั่วทุกภาค โดยให้การบริการรักษาโรคฟัน โดยไม่คิดมูลค่าในการแพทย์เคลื่อนที่
สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมวัดทุกแห่ง ซึ่งนับเป็นศูนย์กลางของชุมชนในชนบท โดยจะพระราชทานกล่องยาแก่วัด เพื่อพระภิกษุใช้เมื่อเกิดอาพาธ และเพื่อแจกจ่ายแก่ราษฎรผู้ป่วยเจ็บในหมู่บ้านนั้นๆ ส่วนในการเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมหน่วยทหาร ตำรวจ และอาสาสมัคร ที่ออกไปตั้งฐานปฏิบัติการในท้องที่ทุรกันดาร ก็จะพระราชทานสิ่งของที่จำเป็นต่างๆ รวมทั้งยารักษาโรคสำหรับใช้ในหมู่เจ้าหน้าที่ และใช้ในการรักษาพยาบาล และเพื่อแจกจ่ายแก่ราษฎรในท้องที่ ที่มาขอความช่วยเหลือ อันจะทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม และประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติการ ได้มีความเข้าใจอันดีต่อกัน รู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ทางด้านหน่วยแพทย์หลวงที่จะต้องตามเสด็จพระราชดำเนินไป ณ ที่ประทับแรมทุกแห่งนั้น จะมีเจ้าหน้าที่ให้การรักษาพยาบาลราษฎร ผู้มาขอรับการรักษา ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่ประการใด นอกจากนั้น หน่วยแพทย์หลวงยังจัดเจ้าหน้าที่ออกเดินทาง ไปรักษาราษฎรผู้ป่วยเจ็บ ตามหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลออกไปอีกด้วย โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ซึ่งเป็นผู้แนะนำสถานที่และร่วมเดินทางไปด้วย สำหรับราษฎรผู้เจ็บป่วยรายที่มีอาการหนัก หรือจำเป็นที่จะต้องได้รับการตรวจรักษาเพิ่มเติมนั้น ก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จพระราชดำเนิน ทำการบันทึกรายชื่อ อาชีพ ที่อยู่ และอาการโดยละเอียด โดยตรวจสอบความถูกต้องกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และมีสำเนาให้รับทราบเพื่อติดต่อประสานงานต่อไป ในการพิจารณาส่งผู้ป่วยไปรับการรักษาต่อ ตามความเห็นของแพทย์ผู้ทำการตรวจ


พระราชดำริเกี่ยวกับความหมายของการศึกษา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับความหมายของการศึกษา เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๒๐ ไว้ดังนี้
"การศึกษาเป็นเครื่องมืออันสำคัญในการพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ ทัศนคติ ค่านิยม และคุณธรรมของบุคคล เพื่อให้เป็นพลเมืองดีมีคุณภาพและประสิทธิภาพ การพัฒนาประเทศก็ย่อมทำได้สะดวกราบรื่น ได้ผลที่แน่นอนและรวดเร็ว"

ร่วมถวาย ๑ ใน พระราชกรณียกิจ ในหลวงของเรา ที่ท่านประทับใจ

พระสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงปกเกล้าเหล่าพสกนิกร โดยได้เสด็จพระราชดำเนินไปทุกท้องถิ่น เป็นท้องที่ห่างไกลทุรกันดารเพียงใด ก็มิได้ทรงย่อท้อ เสด็จไปเยี่ยมเยียนขจัดปัดเป่าความทุกข์ ความยากไร้แก่ทวยราษฎร์ โดยมิทรงรังเกียรติ

ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
บันทึกการเข้า

ไอ้ชิ
สส. แบบแบ่งเขต
เทพเจ้า จ้อด ที่15
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 257



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2009, 10:34:50 am »

ความสุขของพระมหากษัตริย์

หนึ่งปีที่ผ่านมา......

เราใส่ เสื้อเหลือง

เราใส่ สาย รัดข้อมือสีเหลือง

คนนับแสน ไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม
เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาที

วันนั้น ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเชื่อศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่ง
ที่คนทั้งชาติยังซื่อ สัตย์
จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรีและพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคน
ไทย

.....สิบสองปีที่ผ่านมา......

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกินไปในขณะ
เดียวกันสมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนัก อยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราช
เช่นกัน เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม พระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่
ถวายพระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่ พระอุระ
และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่ กรุงเทพฯ
เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่

ยังจำกันได้ ไหม?

..... 34 ปีที่ผ่านมา.....

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิด
วิกฤติด้านการเมืองรุนแรงที่สุด

วันนั้นนิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวน
ประท้วงรัฐบาล เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้น ตำรวจทหารยิงประชาชน
ในขณะที่นิสิตนัก ศึกษาก็เผาสถานที่ราชการเกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า
คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกัน เอง

คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคน ว่า
"คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน"

และ ทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน

หลังจากนั้นไม่นานมีฝรั่งคนหนึ่ง มาถาม ว่า "เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆ
เดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้ง ประเทศได้อย่างนั้น?"

ผมไม่ได้ ตอบ แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยค ที่ มรว. คึกฤทธิ์
ปราโมชฯ ได้ให้ สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า พระองค์ทรงเป็น 'SOUL
OF THE NATION' หรือ "จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ"

ยังจำกัน ได้ ไหม?

แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่?
เราสร้างค่านิยมผิดๆว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด

เราโกง ทุก ครั้งที่มีโอกาส

เราเรียก ร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ " สิทธิ" แต่ลืมคำว่า " หน้าที่"

เรากำลัง ฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้

เรา สร้าง "กฎหมู่" ให้เหนือ "กฎหมาย"

เราเดิน ขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย

เราก้าว ร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน

และทั้งโลกกำลัง จับตามองเราอยู่

เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราจะทรงเสียพระทัย เพียงใด?

80 ชันษา ของ พระองค์ท่าน หากเปรียบ
กับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่ ได้รับการดูแล และ
ระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก หรือกระทบกระเทือนใจ
แต่ อย่างใด

แต่กลับ เป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษา ของ
พระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวาย
การ ดูแลของคณะแพทย์

พระองค์ต้องรับ ทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ

ความสุข ของพระมหากษัตริย์พระองค์ นี้
ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม แห่ ล้อมด้วย ข้าราชบริพาร

หากแต่ ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ เมื่อ
ประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน รู้จักความพอเพียง และมีสติ-
เพียงเท่านี้เอง

แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่?

หรือนี่คือการ แสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของ เรา?
บันทึกการเข้า

petakorat
ตัวหน่อม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 67


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2009, 11:04:47 am »

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน......
 
รักชาติกันจิงจิ้ง

บันทึกการเข้า
Aor
สส. แบบแบ่งเขต
เทพเจ้า จ้อด ที่15
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 194



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2009, 05:30:30 pm »

ยังจำกันได้ ไหม?

..... 34 ปีที่ผ่านมา.....
  ตกใจ

ข้าเจ้ายังไม่เกิดเลย......สงสัยคนตั้งกระทู้จะแก่เอาจัด... (หัวเลยมีผมหอก) ยิงฟันยิ้ม

แต่ยังไงผมก็รักชาติ น้าาา

ถ้าไม่มีท่าน พ่อแม่ผม คงไม่มีสวนปาล์ม เลี้ยงผมมาจนถึงทุกวันนี้หรอก
ด้วยโครงการพัฒนาป่าเสื่อมโทรมให้เป้นแหล่งเพาะพืชเศรษฐกิจ (ปาล์มน้ำมัน) สร้างแหล่งทำมาหากิน และจัดตั้งนิคมสหกรณ์รับซื้อปาล์มน้ำมัน
สร้างสังคมที่เข็มแข็ง และยั่งยืน ... ซาาบซึ้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2009, 05:35:14 pm โดย Aor » บันทึกการเข้า
Proeos
โครตนู้บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2009, 12:12:23 am »

พี่เอ๊าะน้องยังไม่เกิดเลย
ซึ้งๆ
ทรงพระเจริญ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: